รู้สึกแย่ชะมัด

posted on 13 Mar 2008 18:46 by panda-lingxing

ว้า !!!

 เรื่องที่คิดเอาไว้ กลับไม่ได้ทำอีกแล้ว ฮ่าๆๆๆ

 เนื่องจาก เวลาก็ใกล้ที่จะเปิดซัมเมอร์อีกแล้ว  เซงชะมัดเลย -*-

ส่วนแทคพี่ฝนขอ เอาไว้วันหลังได้ม้า  ตอนแรกทำแล้วล่ะ แต่มันโดนลบน่ะ  

ซึ่งเราก็ฉลาดเกินอ่านะ ไปลบซะได้ 

              

 

เฮ้อ!  วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟังอ่า

มันน่าเศร้าและเสียดายเลยล่ะ  ถ้าย้อนเวลาได้ก็คงอยากที่จะย้อนไป

          

 

 เรื่องมีอยู่ว่า  วันนี้ ณ ตอนเพลาเย็น  กำลังจะเดินเข้าบ้าน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งทำเศษตังค์ตก  และเราก็

เห็นว่ากลิ้งไปอีกฝั่ง ก็จะเก็บให้


เพราะเห็นผู้หญิงคนนั้น ทำตกไว้  แต่พอดีคุณแม่เดินเข้าบ้านไปก่อน และเราก็ลังเลอยู่ในตอนนั้น   เรามอง

 ผู้หญิงคนนั้นที่กำลังหา


สลับกับเศษตังค์ที่ตก และก็คุณแม่ เราสังเกตว่าเขาหาไม่เจอ จึงเดินต่อไป    เราจึงวิ่งไปหาคุณแม่ในที่สุด
 
        ถ้าย้อนเวลาได้  เราก็คงจะก้มเก็บและรีบวิ่งไปให้เขาคนนั้น 

 เศษตังค์นั้น เราสังเกตว่าเป็นเพียงเหรียญ 1 บาท และเป็นเพียง 50 สตางค์ 

แต่ซึ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันมีค่าต่อจิตใจของเราสูงเลยทีเดียว        ก็อยากจะขอโทษ -*- ที่ทำไม่ได้ดีเลย

เฮ้อ รู้สึกตัวเองงี่เง่า และ ดูนิสัยไม่ดีอย่างไงไม่รู้          

            จะสัญญาต่อตัวเองแล้วว่า  จะไม่อายที่จะทำความดีกับเขาบ้าง -*-

     

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  ทำความดีไม่ต้องอาย   ทำไม่ดีควรที่จะอาย 

              

   รู้สึกแย่ชะมัดเลย !!!
 

 

 

edit @ 13 Mar 2008 18:56:14 by Panda Lingxing Monkey

กำลังเริ่มก้าวแรก~

posted on 30 Jan 2008 20:31 by panda-lingxing

              โหหห  ไม่มาอัพซะนาน อ๊ากกก ร้างงงเลยง่ะ  เอิ๊กๆ บ้าไปและ  สิ่งที่คิดจะทำก็ มีเยอะเหมือนกัน

แต่คงจะทำไม่ได้เลย ฮ่าๆ เพราะโลภ

 

ก็สิ่งที่อยากจะทำในตอนนี้ก็ คือ

ตั้งใจอ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน เพราะปีหน้าก็ต้อง ขึ้น ม.1 แล้ววว  ต้องขยันชะม่ะ (อ่ะแน่นอน)

ต้องไปสอบ O-Net A-Net อีก    สอบปลายภาค    สอบเข้ารร.ขึ้นมัธยม

ก็อยากจะทำให้ได้ หึหึ

สิ่งที่อยากทำในอนาคต

ก็อันดับแรก อยากจะศึกษา exteen เวอร์ชั่นใหม่ เพราะอยากเปลี่ยนใหม่ -*- ทำไม่เป็น เอิ๊กๆ

อันดับรองมา ก็จะฝึกร้องเพลง -*- ฮ่าๆ เอาไว้จะเอามาเผยแพร่ (ไม่ใช่และ ล้อเล่นๆ)

ต่อมา ก็ขยันเรียนต่อ ฮ๋าๆ  ทำชีวิตให้ดีก่าเก่า

อ๊ากกก     จะทำได้ไหมเนี่ย ฮ๋าๆ 

เอาล่ะ เอาไว้จะมาอัพต่อในภายหน้าเน้อ

                                           

                                                                            To Be continute

edit @ 30 Jan 2008 20:38:50 by Panda Lingxing Monkey

ตามหัวเอนทรี่อย่างที่เห็นว่าหัวข้อว่าอย่างไร วันนี้ได้มานั่งเช็คเมลก็พบว่า มีเมลฉบับหนึ่งขึ้นหัวเอนทรี่นี้เช่นกัน

อาจจะมีบางคนที่เคยได้พบแล้วก็ขออภัยด้วย วันนี้จะนำมาลงได้ให้รู้กัน

คุณรู้หรือไม่ ว่าในหลวงทรงร้องไห้

 

 อ่านเถอะนะ ค่อยๆอ่าน อ่านให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างคุณฟัง

 

  อ่านเสียงดังๆไม่มีใครว่า

 

  ในหลวงทรงร้องไห้

 

  เมื่อวันที่ 8 มีนา ที่ผ่านมาผมได้ไปงานที่โรงเรียน เหมือนเช่นทุกปี

 

ตอนกลับเดินมาตามตึกยาวเพื่อจะกลับมาทางประตูด้านเพาะช่าง

 

  ยังไม่ถึงบริเวณเศาลหลวงพ่อปู่ พบอาจารย์ท่านหนึ่งนั่งอยู่

 

  จำได้ว่าเป็นอาจารย์สุธี ท่านเกษียณไปแล้ว ไม่รู้คุณรู้จักรึเปล่า

 

กราบอาจารย์ท่านแล้ว สังเกตเห็นว่าอาจารย์ร้องไห้อยู่

 

  ท่านบอก เพิ่งได้พบกับรุ่นพี่ที่มาในงาน รุ่นที่เท่าไหรก้อไม่ได้ถาม

 

เป็นนายทหารราชองครักษ์ชั้นผู้ใหญ่ เค้าเล่าให้อาจารย์ฟังว่า

 

  ****ในหลวงทรงร้องให้เห็นบ่อย****

 

  'ทรงเสียใจที่เมืองไทยจะสิ้นในรัชกาลของท่าน แล้วกระนั้นหรือ'

 

  ผมอยากจะตอบอาจารย์ไปว่าคงไม่หรอก

 

  ถ้าคนไทย รู้จำคำว่าว่า'หน้าที่'มากกว่า'สิทธิ'

 

  เราเคยชินกับการเป็น..ผู้รับ...จากคนคนหนึ่งที่เกิดมาเป็น..ผู้ให้...ให้มาตลอด

เคยชินจนลืมไปว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วรึยังที่เราควรจะผู้ให้แก่พระองค์ท่านบ้าง

 

... ผมลาอาจารย์เรียบร้อยร้อย กลับไปตามตึกยาว

 

  ไปไหว้พระผู้ให้กำเนิดโรงเรียน

 

  อธิษฐานขอให้พระองค์ท่านช่วยคุ้มครองให้หลานท่านทรงมีแต่ความสุข

 

  ..ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง

 

  เพียงแค่ไม่อยากได้ยินว่า..ในหลวงทรงร้องไห้

  ความสุขของพระมหากษัตริย์หนึ่งปีที่ผ่านมา

 

  เราใส่เสื้อเหลืองเราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง

 

  คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม

 

  เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาทีวันนั้น

 

  ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครอง

 

  ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

 

  เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ

 

  ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี และ

 

พระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

 

  

.....สิบสองปีที่ผ่านมา

 

  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจ

 

  เพราะทรงงานหนักเกินไป ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนี

 

  ก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน

 

  เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน

 

ไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย

 

  พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือ

 

ม้วนแผนที่ กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่

 

  ยังจำกันได้ไหม?

 

 

 

 

 ..... 34 ปีที่ผ่านมา

 

  วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516

 

  เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด

 

  วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล

 

เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้นตำรวจทหารยิงประชาชน

 

  ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า

 

  ' คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง '

 

  คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา

 

  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า

 

  “คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน

 

  และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า

 

เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น?”

 

ผมไม่ได้ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ

 

ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น 'SOUL OF THE NATION'

 

หรือจิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ

 

 

 

  ยังจำกันได้ไหม?

 

 

 

  แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่

 

  เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด

 

เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส

 

  เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ สิทธิแต่ลืมคำว่า หน้าที่

 

เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

 

  เราสร้าง กฎหมู่ให้เหนือ กฎหมาย

 

  เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

 

  เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน

 

  และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่

 

  เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า

 

 

 

  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา

 

  จะทรงเสียพระทัยเพียงใด?

 

  แล้วสิ่งที่เราทำไปในวันเฉลิมพระชนมพรรษาคืออะไร การที่เราใส่เสื้อเหลือง

 

สายรัดข้อมือ ที่ว่า Long life The King เราทำเพื่ออะไร

 

  มันเป็นแค่ผักชีโรยหน้าที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าคุณรักพระมหากษัตริย์เพียงใดเท่านั้นนะเหรอ

 

 

 

  80 พรรษาของพระองค์ท่าน

 

  หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 พรรษา

 

พระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ

 

ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์

 

  พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ

 

  ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้

 

  ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร

 

 

 

  หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ

 

  เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน

 

  รู้จักความ พอเพียง และมีสติ-เพียงเท่านี้เอง

 

 

 

  แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?

 

  หรือนี่คือการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์

 

 

 

  ถ้ารักในหลวงรักประเทศของเราก็ส่งต่อไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ถึงเวลาที่ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ตอบแทนพระคุณพ่อแล้ว

 

 

 

 

ต้องขอบคุณคนที่ได้เล่าเรื่องราวต่างๆทางอีเมลและเพชรนะ

อ่านแล้วคงจะเข้าใจบ้างและสินะ ว่าทำไมคนสมัยก่อนถึงรักในหลวงมากขนาดนี้

 

 

 

edit @ 8 Dec 2007 20:20:27 by Panda Lingxing Monkey